คำสอนของศาสนาบาไฮ

 
พระวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า หวนกลับมาในแต่ละยุค ในวรกายของพระศาสดา พระผู้เป็นเจ้าให้มนุษย์ทราบพระประสงค์ และการนำทางของพระองค์ผ่านทางพระศาสดา ซึ่งพระศาสดาแต่ละพระองค์ทรงอธิบายกฎและคำสอนต่างๆ ที่เข้ากับยุคสมัยที่พระองค์เสด็จมา แต่ละพระองค์ยังได้ทรงทำนายถึงการเสด็จมาของพระศาสดาในอนาคต และการเสด็จมาของพระศาสดาผู้ที่จะมาสถาปนาอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าบนโลกนี้ในที่สุด และนำมนุษยชาติไปสู่ยุคทอง คือ ยุคที่ทุกคนจะอาศัยอยู่ด้วยกันฉันท์พี่น้อง อย่างสันติและสมานสามัคคี
ตัวอย่างเช่น พระกฤษณะกล่าวว่า " ดูกร ภารตะ เมื่อใดก็ตามที่ความชอบธรรมเสื่อมถอยลง และความไม่ชอบธรรมขึ้นมาแทนที่ เมื่อนั้นเราจะเสด็จมาปกป้องคนดี ทำลายคนชั่ว และสถาปนาความชอบธรรม และเราจะมาจุติตามแต่ละยุค"
พระเยซูกล่าวว่า" เราไปแล้วและจะกลับมาหาเจ้าอีก " และ " เรามีอีกหลายสิ่งที่จะกล่าวต่อเจ้า แต่เจ้าไม่สามารถรับได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพระวิญญาณ แห่งสัจธรรมเสด็จมา พระองค์จะนำเจ้าไปสู่สัจธรรมทั้งหมด พระองค์มิได้ตรัสด้วย พระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสตามที่พระองค์ได้ยิน แต่พระองค์จะแสดงสิ่งที่จะมาถึงต่อเจ้า "
พระโมฮัมหมัดกล่าวว่า " เรามิได้ทำให้ศาสนฑูตองค์ใดต่างจากพระองค์อื่น " พระพุทธเจ้ากล่าวว่า " ไม่มีความแตกต่างระหว่างพระพุทธเจ้าองค์ใด ๆ ในด้านศีล สมาธิ ปัญญา " และทรงกล่าวถึงพระศรีอาริย์ที่จะมาในอนาคตว่า " เราบริหารภิกษุนับร้อย แต่พระองค์จะบริหารจำนวนนับพัน "
บาไฮเชื่อว่า การบรรลุพันธสัญญามาถึงแล้ว พระบาฮาอุลลาห์ก็คือ พระศาสดาตาม พันธสัญญาของทุกศาสนาในอดีต หลักธรรมที่สำคัญข้อหนึ่งของศาสนาบาไฮ คือ ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งเดียวกัน พระบาฮาอุลลาห์ทรงกล่าวว่า " ศาสนาต้องเป็นบ่อเกิดของความสามัคคี ความปรองดอง และลงรอยกันในหมู่มนุษยชาติ หากศาสนาเป็นบ่อเกิดของความร้าวฉาน และไม่เป็นมิตร หากศาสนานำไปสู่การแบ่งแยก และขัดแย้งกัน ไม่มีศาสนาในโลกเสียจะดีกว่า "ดังที่ได้กล่าวไว้ บาไฮเชื่อว่า พระผู้เป็นเจ้ามีเพียงพระองค์เดียว ศาสนาทั้งปวงเป็นหนึ่งเดียวกันซึ่งเป็นรากฐานของหลักธรรมที่ว่า มนุษยชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน
พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพ ทรงสร้างสรรพสิ่ง ดังนั้นประชาชนทั้งปวงในโลกคือ ประชาชนของพระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวดำ ผิวแดงหรือผิวเหลือง ร่ำรวย หรือยากจน มีการศึกษาหรือไม่ เป็นหญิงหรือว่าชาย ในยุคนี้ทุกคนเป็นลูกหลานของพระผู้เป็นเจ้า มนุษยชาติจะต้องรวมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน พระบาฮาอุลลาห์ทรงบอกเราว่า " เจ้าเป็นผลไม้ต้นเดียวกัน ใบไม้บนกิ่งเดียวกัน ดอกไม้ในสวนเดียวกัน "

คำสอนหลักของศาสนาบาไฮ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสอนหลักของศาสนาบาไฮ กรุณาไปที่ https://thailandbahais.org/the-main-principles/ และ https://thailandbahais.org/spiritual-beliefs-of-the-bahai-faith/

  • ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ
    คำสอนพื้นฐานของพระบาฮาอุลลาห์คือความเป็นหนึ่งเดียวของโลกของมนุษยชาติ พระองค์ตรัสกับมนุษยชาติว่า “พวกท่านทุกคนเป็นใบไม้ของต้นไม้ต้นเดียวกัน และผลจากกิ่งเดียวกัน” โดยที่พระองค์ตรัสว่าโลกของมนุษยชาติเปรียบเสมือนต้นไม้ ชาติหรือชนชาติเป็นกิ่งก้านหรือกิ่งก้านที่แตกต่างกันของต้นไม้ต้นนั้น และสิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนผลและดอกของต้นไม้ต้นนั้น
    แม้ว่าในศตวรรษและสมัยก่อน เรื่องนี้จะได้รับการกล่าวถึงและพิจารณาในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นประเด็นและคำถามที่สำคัญที่สุดในเงื่อนไขทางศาสนาและการเมืองของโลก ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าตลอดอดีตที่ผ่านมา มีสงครามและความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องระหว่างชาติ ชนชาติ และนิกายต่างๆ แต่ปัจจุบัน … ในศตวรรษแห่งการตรัสรู้นี้ จิตใจโน้มเอียงไปทางการตกลงกันและมิตรภาพและจิตใจก็ครุ่นคิดถึงคำถามของการรวมกันของมนุษยชาติ
    ผลประโยชน์และพรที่ประเมินค่าไม่ได้ใดจะตกสู่ครอบครัวมนุษย์อันยิ่งใหญ่ หากความสามัคคีและภราดรภาพได้รับการสถาปนาขึ้น? ในศตวรรษนี้ เมื่อผลลัพธ์อันดีงามของความสามัคคีและผลร้ายของความขัดแย้งปรากฏชัด วิธีการสำหรับการบรรลุและบรรลุผลสำเร็จของมิตรภาพระหว่างมนุษย์ก็ได้ปรากฏขึ้นในโลกแล้ว
  • ความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนา
    ศาสนาบาไฮ (Baháʼí Faith) คือศาสนาที่สอนเกี่ยวกับเอกภาพของพระเจ้า, เอกภาพของศาสนา, และเอกภาพของมนุษยชาติ โดยเชื่อว่าศาสนาต่างๆ เป็นไปตามการเปิดเผยของพระผู้เป็นเจ้าในลำดับก้าวหน้า มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความสามัคคีแก่ทุกชาติ ศาสดาหลักของบาไฮคือพระบาบและพระบะฮาอุลลอฮ์ ผู้ได้สืบทอดคำสอนของพระผู้เปิดเผยองค์ก่อนๆ
    • เอกภาพของพระเจ้า:
      เชื่อว่ามีพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว.
    • เอกภาพของศาสนา:
      เชื่อว่าศาสนาหลักของโลกมีเป้าหมายพื้นฐานเดียวกัน เพียงแต่แตกต่างกันในเรื่องการปฏิบัติและตีความ.
    • เอกภาพของมนุษยชาติ:
      ส่งเสริมการยอมรับซึ่งกันและกัน ไม่เหยียดสีผิว และสร้างความสามัคคีในทุกกลุ่ม.
     
  • การแสวงหาความจริงอย่างอิสระ
    การแสวงหาความจริงอย่างอิสระ
    พระบาฮาอุลลาห์บอกเราว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งวุฒิภาวะ และเราต้องตรึกตรองด้วยตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่เราเชื่อ และทำไมเราต้องทำสิ่งนั้น ตัวอย่างเช่น ทำไมเรายอมรับศาสนา หนึ่งว่าเป็นสัจธรรมแต่ไม่ยอมรับอีกศาสนาหนึ่ง เราจะต้องไต่สวนหลักที่มาทั้งหมดของ สัจธรรมด้วยตัวเราเอง ศึกษาคัมภีร์ด้วยตนเอง ไม่ใช่ยอมรับตามครอบครัวของเราหรือ ตามเพื่อนของเรา
    พระอับดุลบาฮาบอกเราว่า" การที่เราคิดว่าเราถูกและคนอื่นทั้งหมดผิดนั้น คืออุปสรรคอันใหญ่หลวงที่สุดในหนทางไปสู่ความสามัคคี และความสามัคคี เป็นสิ่งจำเป็นหากเราจะไปให้ถึงสัจธรรม เพราะสัจธรรมเป็นหนึ่ง....จงอย่ามีอคติ เพื่อเจ้าจะได้รักดวงอาทิตย์แห่งธรรม ไม่ว่าดวงอาทิตย์นั้นจะขึ้นมาจาก ตำแหน่งใดของฟากฟ้า เจ้าจะตระหนักว่า หากแสงธรรมฉายอยู่ในพระเยซูคริสต์ แสงนั้นฉายอยู่ในพระโมเสสและพระพุทธเจ้าด้วย นี้คือความหมายของ "จงแสวงหาสัจธรรม"
    ในศาสนาบาไฮไม่มีนักบวช หรือผู้นำศาสนา บาไฮแต่ละคนจึงรับผิดชอบการพัฒ นาจิตใจตนเอง
  • ขจัดอคติทุกชนิด
    ในยุคนี้ มนุษยชาติต้องบรรลุวุฒิภาวะและสามัคคีกัน ขจัดสิ่งทั้งปวงที่ก่อให้เกิดความแตกแยกนี้รวมถึง การขจัดอคติทุกชนิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นอคติทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สีผิว เชื้อชาติหรือศาสนา อคติและความบ้าคลั่งทุกชนิด เป็นสิ่งทำลายล้างรากฐานความเป็นปึกแผ่นของมนุษย์
    ฉะนั้น มนุษย์จะต้องปลดตนเองให้หลุดพ้นจากอุปสรรคเหล่านี้ เพื่อว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมนุษยชาติจะกลายเป็นจริงพระอับดุลบาฮาทรงกล่าวไว้ว่า " แสงสว่างนั้นดี ไม่ว่าจะลุกอยู่ในตะเกียงใด ดอกกุหลาบนั้นสวย ไม่ว่าจะเบ่งบานอยู่ในสวนใด ดวงดาวมีความสุกใสเหมือนกัน ไม่ว่าจะทอแสงมาจากทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก "
  • ความเสมอภาคระหว่างบุรุษและสตรี
    ในยุคนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่สตรีควรได้รับการพิจารณาว่าเสมอภาคกับบุรุษ และควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน เสมอภาคในการศึกษาและโอกาส พระอับดุลบาฮาได้กล่าวเอาว่า " มนุษยชาติเป็นเหมือนนกสองปีก ปีกข้างหนึ่งคือบุรุษ อีกข้างหนึ่งคือสตรี นอกเสียจากว่าปีกทั้งสองจะแข็งแรง และกระพือด้วยพลังร่วมกัน นกจะไม่สามารถเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ในยุคปัจจุบันสตรีต้องก้าวไปข้างหน้าและบรรลุหน้าที่ ในทุกสาขาของชีวิตให้เสมอภาคกับบุรุษ สตรีต้องอยู่ในระดับเดียวกันกับบุรุษ และได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน นี้คือคำอธิษฐานของเรา คือ หนึ่งในหลักธรรมพื้นฐานของพระบาฮาอุลลาห์ " พระบาฮาอุลลาห์ทรงอธิบายว่า สตรีในสมัยนี้สามารถบรรลุถึงฐานะอันชอบธรรมโดยอาศัยการศึกษา ที่จริงแล้ว การศึกษาของเด็กหญิงสำคัญ กว่าเด็กชาย เพราะเด็กหญิงจะเป็นแม่ ในฐานะที่เป็นแม่ เธอจะเป็นครูคนแรกของเด็ก รุ่นต่อไป และการอบรมเด็กในปฐมวัยจะมีผลต่อเขาไปตลอดชีวิต ผลที่เกิดกับปฐมวัยใน เด็กรุ่นใหม่แต่ละรุ่น จะทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงและมนุษยชาติเจริญก้าวหน้า
  • การศึกษาสากล
    การศึกษาเพื่อให้รักพระผู้เป็นเจ้า และเจตคติที่ถือว่า การรับใช้มนุษยชาติ คือเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต เป็นสิ่งสำคัญกว่าการเอาแต่จดจำข้อมูลต่างๆ การศึกษาเป็น สิ่งสำคัญต่อชีวิต และเป็นพื้นฐานของบุคคล และสังคม เมื่อการศึกษาเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง มนุษยชาติจะเปลี่ยนแปลง และโลกนี้จะกลายเป็นสวรรค์
    พระบาฮาอุลลาห์กล่าวว่า " เป็นที่บัญญัติไว้ว่า บิดาทุกคนต้องให้การศึกษา แก่บุตรชายและหญิงในวิชาและการเขียน และสิ่งที่บัญญัติไว้ในธรรมจารึก " หากบุคคลใดไม่สามารถที่จะทำสิ่งนี้ได้ เป็นหน้าที่ของสถาบันบริหารบาไฮที่จะจัดการกับเรื่องนี้
  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยวิธีทางศีลธรรม
    พระบาฮาอุลลาห์ทรงแนะว่า ต้องอาศัยเจตคติใหม่ทางศีลธรรมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของโลก ตัวอย่างเช่น ควรจะมีการจัดเก็บภาษี แต่มิใช่โดยการบังคับ ควรเป็น การให้โดยสมัครใจ โดยแต่ละคนให้ส่วนหนึ่งจากรายได้ของตนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ในวงธุรกิจนั้น พระบาฮาอุลลาห์ทรงสนับสนุนให้ใช้การปรึกษาหารือและร่วมมือกัน เป็นหุ้นส่วนและแบ่งผลกำไรอย่างยุติธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งนายทุนและลูกจ้างให้ดีที่สุด
  • ความสอดคล้องระหว่างศาสนาและวิทยาศาสตร์
    หากศาสนาอยู่เหนือวิทยาศาสตร์ จะมีภัยจากความบ้าคลั่งศาสนา และความงมงาย และหากวิทยาศาสตร์ไม่ได้รับการนำทางด้วยศีลธรรมทางศาสนา วิทยาศาสตร์ก็จะเป็น สิ่งที่ทำลายล้าง ตัวอย่างเช่น พลังงานปรมณู ซึ่งสามารถจะมานำใช้ได้ทั้งเพื่อจุดประสงค์ ในทางสร้างและการทำลาย ดังนั้นวิทยาศาสตร์ และศาสนาต้องปรองดองกัน
  • สันติภาพสากลและรัฐบาลแห่งโลก
    พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานโลกที่สมบูรณ์แก่เรา มนุษย์เป็นผู้แบ่งแยกโลกออกเป็นเขตแดน เมื่อมนุษยชาติสามัคคีกันเราจะรู้ว่าโลกของเราเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน และ เราจะสถาปนาสันติภาพสากลโดยมีรัฐบาลแห่งโลกในลักษณะของ สหันธรัฐแห่งโลก เพื่อ บริหารงานในทุกดินแดนของโลกอย่างยุติธรรม และเท่าเทียมกัน สหพันธรัฐแห่งโลก ภายใต้รัฐบาลเดียวกันมิได้หมายความว่า วัฒธรรมอันดีงามที่มีอยู่จะสูญหายไป ธรรมนิพนธ์บาไฮย้ำไว้ว่า ความหลากหลายทางวัฒนธรรมควรจะได้รับการปกป้อง และอภิรักษ์ไว้ และค้ำจุนสันติภาพไว้ในเวลาเดียวกัน กล่าวคือ เป็นความสามัคคีในความหลากหลาย
  • ขจัดความมั่งคั่งและความยากจนที่มากเกินไป
    การมีรัฐบาลแห่งโลกบริหารทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน จะขจัดความมั่งคั่ง และความยากจนที่มีมากเกินไปได้ในที่สุด ขจัดสภาพอดอยากขาดแคลน และความมั่งคั่งที่ เกินความจำเป็นนี้ มิได้หมายความว่า ผู้ที่ทำงานหนักกว่าจะไม่ได้รับรางวัลสำหรับงานของตน เป็นสิ่งสำคัญที่คนเราควรทำงานให้สุดความสามารถของตนอยู่เสมอ ศาสนาบาไฮสอนว่า ทุกคนต้องทำงานและการทำงานถือว่าเป็นการบูชา เพราะว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานความสามารถและพรสวรรค์ให้แก่เรา ถ้าหากพรสวรรค์เหล่านี้ถูกใช้จนสุดความสามารถ เมื่อนั้นพระผู้เป็นเจ้ากำลังได้รับการสรรเสริญ
  • ภาษาสากล
    เมื่อทั่วทั้งโลกเป็นหนึ่งเดียวกัน พระบาฮาอุลลาห์ทรงแนะนำว่าควรเลือกภาษาหนึ่ง หรือคิดภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะใช้เป็นภาษาสากล เพื่อว่าพวกเราจะได้เข้าใจกันและกัน หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่เกิดจากการสื่อสารกันไม่ได้เต็มที่
  • ความจงรักภักดีต่อรัฐบาล
    ศาสนาบาไฮยืนยันว่า พระวจนะของพระผู้เป็นเจ้ามีพลังสร้างสวรรค์ ถ้าหากพระผู้เป็นเจ้าเปิดเผยผ่านทางพระบาฮาอุลลาห์ว่าจะมีรัฐบาลแห่งโลก รัฐบาลแห่งโลกก็จะได้รับการสถาปนาขึ้นจริง มิได้หมายความว่าบาไฮมีแรงจูงใจในทางการเมืองหรือพยายามลบล้างระบบการปกครอง ความจริงแล้วบาไฮมีข้อห้ามมิให้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวในการ บ่อนทำลายการเมืองหรือการเคลื่อนไหวต่อต้านศาสนา บาไฮไม่สามารถเป็นสมาชิกทาง การเมืองหรือองค์การลับใดๆ ท่านโชกิ เอฟเฟนดิ กล่าวไว้ว่า " เราบาไฮเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก เรากำลังก่อสร้างระบบแห่งโลกใหม่ซึ่งมีจุดกำเนิดจากสวรรค์ เราจะสร้างระบบใหม่นี้ได้อย่างไร หากบาไฮทุกคนเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งบางพรรคขัดแย้งกันโดยสมบูรณ์ ความสามัคคีของเราจะอยู่ที่ไหน เราจะแบ่งแยกกันเองเพราะพรรคการเมือง ซึ่งขัดกับจุดประสงค์ของเรา "
    ดังนั้น บาไฮทุกคนควรส่งเสริมประโยชน์ให้แก่ประเทศของตน โดยไม่เห็นแก่ตัว และด้วยความรักชาติอย่างแท้จริง และถึงกระนั้น ก็ไม่หันเหไปจากมาตรฐานอันสูงส่งที่ อยู่ในคำสอนของพระบาฮาอุลลาห์ บาไฮควรแสดงความจงรักภักดีโดยไม่มีเงื่อนไข และ เชื่อฟังรัฐบาล มียกเว้นเพียงข้อเดียวต่อกฎนี้คือ เมื่อรัฐบาลออกคำสั่งให้บาไฮเลิกนับถือ ศาสนาของตนนี้ เป็นสิ่งที่บาไฮไม่ต้องเชื่อฟัง แม้ว่าปัจจุบันนี้บาไฮกำลังได้รับความทุกข์ ทรมานและถูกฆ่า เพราะว่าพวกเขาไม่ยอมปฏิเสธความศรัทธาในพระบาฮาอุลลาห์
  • การนินทา
    การนินทาลับหลังนี้เป็นข้อห้ามสำหรับบาไฮ เพราะการนินทาก่อให้เกิดความแตกแยก พระบาฮาอุลลาห์ทรงบอกว่า " จงอย่าเอ่ยบาปของผู้อื่น ในเมื่อเจ้าเองก็เป็น คนบาปหากเจ้าละเมิดบัญชานี้เจ้าจะได้รับเคราะห์และเราจะพยานในเรื่องนี้"
  • พระบาฮาอุลลาห์มีกฎข้อห้ามบางประการ เช่น อัลกอฮอล์และยาเสพติด
    บาไฮมีข้อห้ามมิให้ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาเสพติด เช่น โคเคนหรือกัญชาเหตุผลคือ สิ่งเหล่านี้ทำลายจิตใจและความเป็นมนุษย์ พระอับดุลบาฮากล่าวว่า " อัลกอฮอล์ เผาผลาญจิตใจ ชะงักพลังชีวิต บั่นทอนวิญาณ เป็นผลเสียต่อร่างกาย ทำให้มนุษย์สิ้นท่าและสูญเสีย "


แนวทางสำหรับการชมวิดีโอพร้อมคำบรรยายภาษาไทย

บทนำศาสนาบาไฮ